เอิ่ม...อ่า...

หายหัวไปนานมากกกกกกก

นานแบบนี้เรียกว่าดองบล็อคคงไม่ได้

เรียกว่าทำเป็นมัมมี่บล็อคน่าจะถูกกว่า

 

 

จุดประสงค์ของเอนทรีนี้ก็คือ

เพื่อให้น้อง ๆ ที่จะเตรียมตัวสอบกสพท. ปี 54 ได้รับรู้ถึงแนวทางของข้อสอบว่าเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน ยากขึ้นมั้ย เป็นข้อสอบแบบระบาย หรือแบบเขียน  บลา บลา บลา

 

 


 

เข้าเรื่องดีกว่า

วันเสาร์ที่ 23 และวันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค. เป็นวันสอบวิชาสามัญของกสพท.ครับ (สอบตรงแพทย์นั่นเอง)

ตัวผมเองนั้นถึงจะจบปริญญาตรีมาแล้วเกือบปี แต่ก็ยังอยากที่จะเรียนแพทย์อยู่

ก็เลยมาลองสอบดูอีกที

 

 

 

เนื่องด้วยปีนี้เป็นปีแรกที่ กสพท. จะจัดการสอบขึ้นมาเองทั้งหมด

เรียกได้ว่าแพทย์ทั้งหมด สอบตรงล้วนๆ ไม่มีแอดกลางเลยสักแอะเดียว (เอ๊ะ หรือว่ามี )

น้อง ๆ นักเรียนหลายคน  ก็เฝ้าถามกันใหญ่ว่าแนวข้อสอบปีนี้จะเป็นยังไง

และด้วยการสละชีพ (?) เอาตัวเองมาลงสนามสอบเป็นปีแรก

จึงได้ประสบการณ์มาเล่าให้ฟังตามนี้~

 

วันเสาร์ที่ 23. ม.ค. 

มีสอบทั้งหมด 3 ชุด 4 วิชาคือ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย-สังคมศึกษา (ภาษาไทยและสังคมสอบพร้อมกัน)

ผมไปถึงสนามสอบราว ๆ 7 โมงครึ่ง (สอบเริ่ม 9 โมง) เห็นนักเรียนหลายคนหน้าตาเคร่งเครียดกันใหญ่

เวลายังเหลือเยอะครับ ผมเลยหามุมสงบ ๆ ไปนั่งทบทวนความรู้เก่า ๆ สักหน่อย

นั่งอ่านไปได้ประมาณ 10 นาทีก็มีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินคุยกันมาเสียงดังมาก

 

น้องครับ น้องจะสอบอยู่แล้วยังชิวได้อีกนะครับ

และด้วยเสียงของน้องนักเรียนที่ค่อนข้างจะดัง ถึงผมจะไม่ตั้งใจฟัง มันก็ยังได้ยินอยู่ดี

 

นักเรียน A : เฮ้ย มึงว่าเลขปีนี้จะออกยากมั้ยวะ

นักเรียน B : กูไม่รู้ เรื่องแบบนี้ต้องถามพระเจ้าโจ๊ก

 

ห๊ะ

พระเจ้าโจ๊กมันเป็นใครวะครับ

เขาเก่งมากมั้ย เป็นญาติทางฝ่ายไหนของนิวตัน แล้วเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ยังไง

 

นักเรียน B : มึงไม่นับถือพระเจ้าโจ๊ก ระวังสอบไม่ได้นะเว้ย

นักเรียน A : ไร้สาระแล้วมึง สาด

นักเรียน B : เดี๋ยวมึงคอยดู

 

เชียท !! ถ้าไม่นับถือพระเจ้าโจ๊ก จะส่งผลกระทบให้ทำข้อสอบไม่ไ่ด้เชียวรึ

 

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่คุมสอบก็ได้ประกาศให้ไปรวมตัวกันที่หน้าห้องสอบ

 

นักเรียน B :โชคดีเว้ยเฮ้ย ขอให้พระเจ้าโจ๊กคุ้มครอง

 

ใจคอคุณน้องจะเอาให้พระเจ้าโจ๊กสถิตย์อยู่ในซีรีบรัมลึกๆ ของพี่เลยเหรอครับ เน้นคำนี้จัง

 

ห้องสอบเปิดแล้ว นักเรียนทุกคนเข้าห้องสอบ

ผมเดินตรงเข้าไปถึงที่นั่งสอบของผม

สำรวจชัยภูมิ ทิศเหนือ ทิศใต้ ตะวันออก ตะวันตก

เผื่อจะมีใครช่วยเราได้ยามยาก

หลังจากมองไปรอบ ๆ แล้ว...

 

เชื่อมั่นตัวเองดีที่สุดสินะ

 

 

เพราะที่หัวกระดาษคำตอบมีตัวอักษรตัวใหญ่ ๆ เขียนไว้ว่า

ชุด A ชุด B ชุด C ชุด D

นับว่าเป็นการป้องกันการลอกข้อสอบได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว

 

ตอนนี้กรรมการคุมสอบจะบอกให้อ่านคำสั่ง และอธิบายถึงกติกาคร่าว ๆ

สายตาของผมก็กวาดไปที่เนื้อหาบนกระดาษข้อสอบที่อยู่ตรงหน้า

 

ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ กสพท. ประจำปีพ.ศ. 2553

ข้อสอบมีทั้งหมด 25 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน

เวลาทั้งหมด 120 นาที

ห้ามเปิดข้อสอบ จนกว่ากรรมการจะอนุญาต

ห้ามทำการทุจริตไม่ว่าจะเป็นก่อนสอบ ขณะทำการสอบ หรือหลังการสอบ

 

ห๊ะ

อ่านซ้ำอีกรอบ เผื่ออ่านผิด

 

ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ กสพท. ประจำปีพ.ศ. 2553

ข้อสอบมีทั้งหมด 25 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน

 

ข้อละ 4 คะแนน !!!!!!

ผิดแค่ข้อเดียว อาจตัดสินชะตาชีวิตได้เลยทีเดียว

 

"ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 25 ข้อ เวลาทั้งหมด 120 นาที ตั้งแต่เวลา 9.00-11.00น. เริ่มจับเวลานับแต่บัดนี้ ให้ผู้เข้าสอบ เริ่มทำการสอบได้"

 

ผมค่อย ๆ บรรจงเปิดดูข้อสอบด้วยใจระทึก

ข้อละ 4 คะแนน คำนี้ยังลอยวนเวียนอยู่ในหัว

ในใจคิดว่าข้อสอบต้องยากมากแน่ ๆ

 

คำถามข้อแรก เกี่ยวกับเรื่องเซต

อ่านโจทย์ผ่าน ๆ ปุ๊บ อ้าว...ก็ไม่ได้ยากอะไรนี่ โจทย์แนวนี้เห็นมาเยอะแล้ว

ข้อนี้ต้องทำแบบนี้

แทนค่า ใส่สูตร เขียนสมการ ป้าบ !!

ได้คำตอบแล้ว

.....

.....

....

ทำไมมันไม่มีในช้อยส์วะ

(ลืมบอกไป ข้อสอบปีนี้ทุกวิชาเป็น Choice ล้วน ๆ แต่ละข้อมี 5 ตัวเลือก)

 

เฮ้ย ไม่จริง มันต้องได้คำตอบสิ เอาใหม่ อาจจะแทนค่าผิดตรงไหนสักแห่ง

....

....

....

ได้คำตอบเดิม

เอาน่ะ ยอมตัดใจ ค้างข้อนี้ไว้ก่อน ไปทำข้ออื่นดีกว่า

....

....

....

....

วนลูปแบบนี้จนครบ 25 ข้อ

 

 

บร๊ะเจ้าโจ๊ก !!!!!

กับแค่ผมไม่ได้นับถือบร๊ะเจ้าโจ๊ก มันส่งผลกระทบได้เพียงนี้เชียวรึ !!!

เอวัง

 

 


 

(Credit : รูปภาพจาก drama-addict.com)

 

 

วิชาต่อมา ภาษาอังกฤษ

100 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน เวลาทั้งหมด 120 นาที

วิชานี้ออกแนวเดิม ๆ คล้าย ๆ Ent และ A-Net

มี Cloze test , Grammar, Reading

มีแหวกแนวนิดนึงตรงที่ปีนี้มี error check มากับเค้าด้วย

คำศัพท์ความยากค่อนข้างสูง มีหลาย ๆ คำที่ผมไม่คุ้นหู 

ถือได้ว่า "ยาก" เข้าขั้นเลยทีเดียว

 

วิชาสุดท้ายของวันเสาร์ ภาษาไทย - สังคมศึกษา

100 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน เวลาทั้งหมด 120 นาที

(ข้อ 1-50 เป็นวิชาภาษาไทย ส่วนข้อ 51-100 เป็นของวิชาสังคม)

เป็นปีแรกที่รวมวิชาภาษาไทยเข้ากับสังคมไว้ด้่วยกัน

ระดับความยากแทบไม่มี!

ง่ายมาก ๆ

ง่ายจนคิดว่านี่ตูทำ O-Net อยู่รึเปล่า

เทียบกับปีก่อน ๆ แล้วถือว่าง่ายกว่า A-Net เยอะ

 

 

วันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค.

ข้อสอบทั้งหมด 2 ชุด คือวิทยาศาสตร์ 1 และวิทยาศาสตร์ 2

เป็นข้อสอบที่แหวกแนวออกมาอีก 1 ฉบับ เพราะแบ่งวิทยาศาสตร์ออกเป็น 2 ส่วน

ซึ่งทั้งวิทย์ 1 และ 2 นั้นจะมีแยกย่อยเป็น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เป็นสัดส่วนคะแนนเท่ากัน

และก็มิวายที่จะต้องมีคนสงสัยว่า วิทย์ 1 กับ 2 ต่างกันยังไง

ด้วยความเสียสละ (?) เอาตัวเข้าแลกของผม โดยการลงสนามสอบตั้งแต่ปีแรก

ผมจึงมาขอชี้แจงไว้ ณ ที่นี้ 

 

วิชาวิทยาศาสตร์ 1 และวิทยาศาสตร์ 2

ข้อสอบทั้งหมด 65 ข้อ 90 คะแนน เวลาทั้งหมด 120 นาที

แบ่งตามสัดส่วนวิชาได้ดังนี้

ข้อ 1-20 วิชาเคมี ข้อละ 1.5 คะแนน

ข้อ 21-35 วิชาฟิสิกส์ ข้อละ 2 คะแนน

ข้อ 36-65 วิชาชีววิทยา ข้อละ 1 คะแนน

 

วิทย์ 1 ง่ายมาก ง่ายจนคิดว่าตูนั่งทำ O-Net อยู่รึเปล่า

ข้อสอบส่วนใหญ่แค่จำทฤษฎีได้ก็ตอบได้เลย

บางข้อทำเป็นตัวเลขมาเยอะแยะ แต่จริง ๆ แล้วแค่ดูก็ตอบได้เลย

คิดว่านักเรียนส่วนใหญ่จะกอบโกยคะแนนวิชานี้ได้เป็นกระบุงเลยทีเดียว

 

หลังจากสอบวิทยาศาสตร์ 1 เสร็จก็เป็นเวลาพักครึ่ง ทานข้าว ดื่มน้ำปัสสาวะอุจาระกันตามอัธยาศัย

แต่ผมไม่ค่อยหิว ออกมาเดินเล่นที่สวนลุม

นั่งพักได้แวบนึง (เอ๊ะ ไหนเมื่อกี้บอกว่าเดินเล่น) สายตาผมก็เหลือบไปเห็น

สิ่งมีชีวิตตัวอ้วน ๆ ความสูงประมาณ 1 ไม้บรรทัด

ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาจากน้ำ

คืบคลานออกมาอย่างช้า ๆ

ส่ายหัวไปมา แลบลิ้นแผลบ ๆ

ใช่แล้วครับ

 

 

 

มันคือเห้

เห้ที่ตัวใหญ่เท่าเข้ !!

โอ้วว นั่งตะลึงอยู่พักใหญ่

 

บร๊ะเจ้าโจ๊ก

คุณยังตามหลอกหลอนผมอยู่ใช่มั้ยนี่

เกิดผมช็อคตาย ไม่ได้สอบตัวสุดท้ายขึ้นมา

คุณต้องรับผิดชอบ !!

 

 

 

นั่งมองเห้ (ที่ตัวใหญ่เท่าเข้)เพลินๆ รู้สึกตัวอีกที่ก็หมดเวลาพัก

ได้เวลาสอบวิชาสุดท้าย

 

 

วิทยาศาสตร์ 2

ระดับความยาก  ค่อนข้างสูง

วิทย์ 2 จะต่างจากวิทย์ 1 ตรงที่

วิทย์ 2 จะออกข้อสอบในส่วนที่วิทย์ 1 ไม่ได้ออก

......

.....

มันแหงอยู่แล้ว !!!

 

แต่เห็นได้ชัดว่าวิทย์ 2 ยากกว่าวิทย์ 1  พอสมควรเลยทีเดียว

ข้อสอบออกคำนวณซะส่วนใหญ่

ซึ่งผมก็ไม่เก่งคำนวณด้วยสิ

 

ในส่วนของชีววิทยาก็ต้องใช้การวิเคราะห์สูงมาก

เรียกได้ว่าแค่อ่านหนังสือเข้าไปสอบ

มันไม่พอแน่นอน สำหรับวิทย์ 2

อย่างน้อยต้องฝึกทำโจทย์เยอะ ๆ เพื่อจะได้คุ้นตา

และไม่ต้องเจอพระเจ้าโจ๊กตามหลอกหลอน

 

 

และทั้งหมดนี่ก็คือประสบการณ์สอบแบบรับตรง ซึ่งกสพท.จัดทำเองทั้งหมด 100% ปีแรก

ข้อสอบส่วนใหญ่เปลี่ยนแนวไปเยอะ

ง่ายบ้าง ยากบ้าง

ขอให้สมหวังกันทุกคนครับ (รวมทั้งผมด้วย )

 

 

 

 

 

ปล.ขอให้พระเจ้าโจ๊กคุ้มครอง

edit @ 24 Jan 2010 19:13:30 by Ne-Yo

Comment

Comment:

Tweet

Do you acknowledge that it's the best time to receive the <a href="http://goodfinance-blog.com">loan</a>, which would make you dreams real.

#70 By GarnerDaphne18 (91.212.226.143) on 2011-11-12 14:55

#69 By (91.212.226.143) on 2011-11-12 14:52

#68 By (91.212.226.143) on 2011-11-12 14:51

Don't have money to buy some real estate? Worry no more, because that is real to get the personal loans to work out all the problems. Thence get a short term loan to buy everything you require.

#67 By KeishaVinson (91.212.226.143) on 2011-11-12 14:50

อีกสองปีผมจะตามไปนะจ๊ะ big smile

#66 By 9rockky △□○x on 2011-09-25 19:05

อ่านแล้วมันจริงๆ ได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้เพราะไม่เคยสอบ จะให้ลูกชายอ่านนะคะ